ใบเสนอราคาตกแต่งบ้านต่างกันหลักแสน เพราะอะไรควรเทียบตรงไหน
  1. หน้าแรก
  2. บทความ

ใบเสนอราคาตกแต่งบ้านต่างกันหลักแสน เพราะอะไรควรเทียบตรงไหน

25 สิงหาคม 2569Suwit Thancharoenkulอ่าน 12 นาที

ใบเสนอราคางานตกแต่งที่ยอดรวมต่างกันมาก ไม่ได้แปลว่าเจ้าที่ถูกกว่าคุ้มกว่า หรือเจ้าที่แพงกว่าคุณภาพดีกว่าเสมอไป สิ่งสำคัญคือดูว่าแต่ละทีมเสนอ Scope วัสดุ ปริมาณงาน Built-in งานระบบ Hardware และเงื่อนไขติดตั้งเหมือนกันหรือไม่ หากกำลังหา รับตกแต่งภายใน ควรเปรียบเทียบจากรายละเอียดรายการต่อรายการก่อนดูตัวเลขสุดท้าย เพราะยอดรวมที่ต่างกันอาจเกิดจากงานที่รวมมาไม่เท่ากัน

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือเจ้าของบ้านส่งแบบหรือ Reference ชุดเดียวกันให้หลายบริษัท แล้วได้รับราคาต่างกันมากจนไม่รู้ว่าควรเชื่อราคาไหน บทความนี้จะช่วยแยกองค์ประกอบของใบเสนอราคาให้เข้าใจง่าย ตั้งแต่งานพื้นฐาน งานระบบ Built-in วัสดุ ไปจนถึงรายการที่มักถูกระบุว่า “ไม่รวม” เพื่อให้เปรียบเทียบราคาได้ใกล้เคียงกันมากที่สุดก่อนตัดสินใจเริ่มงาน

ทำไมส่งแบบเดียวกัน แต่ราคาแต่ละบริษัทถึงไม่เท่ากัน?

คำว่า “แบบเดียวกัน” ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทจะตีความรายละเอียดเหมือนกัน หากแบบยังไม่ได้ระบุ Material Specification, Hardware, วิธีติดตั้ง หรือรายละเอียดภายในตู้ แต่ละทีมอาจตั้งสมมติฐานต่างกันในการประเมินราคา

อย่าเทียบเพียงยอดรวมท้ายใบเสนอราคา ควรทำให้ Scope ของแต่ละเจ้ามาอยู่บนฐานเดียวกันก่อน แล้วค่อยเปรียบเทียบตัวเลข

ตัวอย่างเช่น ตู้เสื้อผ้าขนาดเท่ากันอาจแตกต่างกันทั้งวัสดุโครง ผิวปิด จำนวนลิ้นชัก ราง บานพับ ไฟภายในตู้ และรายละเอียดหน้าบาน ทำให้ราคาต่างกันได้มากแม้ภาพภายนอกดูคล้ายกัน

1. เริ่มจากเช็กว่า Scope งานรวมอะไรบ้าง

ก่อนดูราคา ควรตรวจว่าบริษัทเสนอเฉพาะงานตกแต่ง หรือรวมงานรื้อ งานระบบ งาน Built-in และการเก็บงานด้วย เพราะใบเสนอราคาที่ดูถูกกว่าอาจยังมีรายการใหญ่ที่ต้องจ่ายเพิ่มภายหลัง

หมวดงานตัวอย่างรายการควรตรวจ
งานรื้อรื้อผนัง ฝ้า พื้น ตู้เดิมรวมค่าขนทิ้งหรือไม่
งานพื้นฐานผนัง ฝ้า สี พื้นรวมปรับพื้นผิวเดิมหรือไม่
งานระบบไฟฟ้า ประปา Networkคิดจากจำนวนจุดหรือเหมารวม
Built-inตู้ทีวี Wardrobe ครัว Storageวัสดุและ Hardware ระบุชัดหรือไม่
งานติดตั้งขนส่ง ติดตั้ง เก็บรอยต่อรวมอยู่ในราคาหรือคิดเพิ่ม

2. เช็กหน่วยคิดราคา อย่าเปรียบเทียบผิดฐาน

งานตกแต่งแต่ละประเภทอาจใช้หน่วยประเมินต่างกัน เช่น ตารางเมตร เมตรยาว จุด ชุด หรือราคาเหมา หากบริษัท A เสนอเป็นเมตรยาว แต่บริษัท B เสนอเป็นชุดพร้อมอุปกรณ์ การนำตัวเลขต่อหน่วยมาเทียบกันทันทีอาจทำให้เข้าใจผิด

หน่วยที่มักพบในใบเสนอราคา

  • ตร.ม. สำหรับงานพื้น ผนัง หรือฝ้าบางประเภท
  • เมตรยาวสำหรับงานตู้หรือบัวบางรายการ
  • จุดสำหรับงานไฟฟ้าและระบบบางประเภท
  • ชุดสำหรับสุขภัณฑ์ ประตู หรือเฟอร์นิเจอร์เฉพาะ
  • เหมา สำหรับงานที่มีรายละเอียดหลายส่วนรวมกัน

หากต้องการเปรียบเทียบ ควรดู “สิ่งที่ได้ต่อหนึ่งรายการ” มากกว่าดูราคาต่อหน่วยเพียงอย่างเดียว

3. งาน Built-in ชื่อเหมือนกัน แต่สเปกข้างในอาจต่างกันมาก

คำว่า “ตู้ Built-in” ในใบเสนอราคาไม่ได้บอกคุณภาพทั้งหมด เจ้าของบ้านควรขอดูรายละเอียดวัสดุโครง ผิวภายนอก ผิวภายใน ขอบ และ Hardware ประกอบด้วย

รายละเอียดสิ่งที่ควรถาม
วัสดุโครงใช้วัสดุประเภทใดและเหมาะกับพื้นที่หรือไม่
ผิวภายนอกลามิเนต เมลามีน วีเนียร์ สีพ่น หรือวัสดุอื่น
ผิวภายในใช้สเปกเดียวกับภายนอกหรือแตกต่างกัน
ลิ้นชักจำนวนและระบบรางรวมแล้วหรือไม่
บานพับประเภท จำนวน และระบบ Soft-close
ไฟในตู้รวม LED, Driver และงานเดินสายหรือไม่

หากต้องการศึกษารายละเอียดของงานผลิตตามพื้นที่จริง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ งานบิวท์อิน เพื่อเข้าใจองค์ประกอบตั้งแต่การออกแบบจนถึงการติดตั้ง

4. จำนวนลิ้นชักและ Hardware ทำให้ราคาตู้เปลี่ยนได้มาก

ตู้ที่มีหน้าตาเหมือนกันอาจมีต้นทุนต่างกันจากรายละเอียดภายใน เช่น ตู้หนึ่งมีชั้นธรรมดา 5 ชั้น ขณะที่อีกตู้มีลิ้นชัก 6 ชุด ราง Soft-close และอุปกรณ์เสริมหลายรายการ

ก่อนสรุปราคา Built-in ควรดู

  • จำนวนลิ้นชัก
  • จำนวนบานเปิด
  • ขนาดและน้ำหนักหน้าบาน
  • บานพับและราง
  • อุปกรณ์เสริมภายใน
  • ไฟและระบบเปิด-ปิด

การเปรียบเทียบเพียงขนาดกว้าง × สูงของตู้จึงยังไม่เพียงพอ

5. งานสีมีหลายระดับ ไม่ใช่เห็นคำว่า “ทาสี” แล้วเหมือนกันทั้งหมด

ต้นทุนงานสีขึ้นอยู่กับสภาพผนังเดิมและขั้นตอนเตรียมพื้นผิว หากผนังเดิมเรียบและพร้อมทา งานจะต่างจากพื้นที่ที่ต้องซ่อมรอยแตกร้าว ฉาบปรับผิว หรือแก้ความชื้นก่อน

ควรถามว่าใบเสนอราคารวมขั้นตอนใดบ้าง เช่น

  1. ป้องกันพื้นที่เดิม
  2. ขัดและเตรียมผิว
  3. โป๊วหรือซ่อมรอย
  4. รองพื้น
  5. ทาสีจำนวนกี่เที่ยว
  6. เก็บงานหลังติดตั้ง Built-in

6. งานไฟฟ้าให้ดูจำนวนจุดและตำแหน่ง ไม่ใช่ดูยอดรวมอย่างเดียว

คำว่า “งานไฟฟ้า” อาจครอบคลุมตั้งแต่เพิ่มปลั๊กไม่กี่จุดจนถึงเดินระบบใหม่หลายห้อง เจ้าของบ้านควรตรวจว่าราคารวมอะไรบ้าง

รายการตัวอย่างคำถาม
ปลั๊กเพิ่มหรือย้ายกี่จุด
สวิตช์ใช้ของเดิมหรือเปลี่ยนใหม่
โคมไฟรวมเฉพาะติดตั้งหรือรวมตัวโคม
ไฟ Built-inรวมสาย Driver และอุปกรณ์ครบหรือไม่
Networkรวมงาน Data หรือ Internet หรือไม่

หากจำนวนจุดของสองบริษัทไม่เท่ากัน ยอดรวมย่อมเปรียบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

7. วัสดุหน้าตาใกล้กัน ไม่ได้หมายความว่าต้นทุนเท่ากัน

พื้นลายไม้ หินลายอ่อน หรือหน้าบานสีครีมสามารถมีตัวเลือกในตลาดหลายระดับราคา แม้ภาพใน Render จะดูคล้ายกัน แต่ขนาดแผ่น คุณสมบัติ ความหนา วิธีติดตั้ง และแบรนด์อาจต่างกัน

ก่อนอนุมัติราคา ควรมีอย่างน้อย

  • ชื่อประเภทวัสดุ
  • รหัสหรือรุ่น หากเลือกแล้ว
  • ขนาดและความหนาที่เกี่ยวข้อง
  • พื้นที่ที่จะใช้
  • Sample จริงสำหรับวัสดุหลัก

หากใบเสนอราคายังระบุเพียง “ลายไม้”, “หิน”, “กระเบื้อง” หรือ “วัสดุเทียบเท่า” ควรถามรายละเอียดเพิ่มก่อนใช้ราคานั้นเป็นฐานตัดสินใจ

8. ตรวจว่าราคารวมเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหรือไม่

ภาพ 3 มิติอาจมีโซฟา โต๊ะอาหาร เก้าอี้ เตียง พรม และโคมตกแต่งครบ แต่รายการเหล่านี้อาจไม่อยู่ในใบเสนอราคางานก่อสร้าง

เจ้าของบ้านควรแยกให้ชัดว่าอะไรคือ

  • งานก่อสร้างตกแต่ง
  • Built-in
  • Loose Furniture
  • Decorative Lighting
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ของตกแต่ง

ไม่ควรสรุปจากภาพ Render ว่าของทุกชิ้นรวมอยู่ในราคาหลักแล้ว

9. ราคาที่ต่ำกว่าอาจยังไม่รวมค่ารื้อ ขนทิ้ง และป้องกันพื้นที่

สำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีของเดิม งานก่อนเริ่มก่อสร้างสามารถมีต้นทุนไม่น้อย ทั้งแรงงานรื้อ การแพ็กหรือย้ายของเดิม และการขนเศษวัสดุออกจากพื้นที่

รายการที่ควรถาม ได้แก่

  • ค่ารื้อของเดิม
  • ค่าขนเศษวัสดุ
  • ค่าป้องกันพื้น ลิฟต์ หรือพื้นที่ส่วนกลาง
  • ค่าขนวัสดุขึ้นอาคาร
  • ค่าเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์เดิม

โดยเฉพาะคอนโด ควรตรวจข้อกำหนดของนิติบุคคลร่วมด้วย เพราะอาจมีเงื่อนไขเรื่องการใช้ลิฟต์และเวลาเข้าทำงาน

10. งานติดตั้งและเก็บรายละเอียดรวมอยู่แค่ไหน?

Built-in ที่ผลิตเสร็จจากโรงงานยังต้องผ่านขั้นตอนขนส่ง ยกเข้าพื้นที่ ติดตั้ง ปรับหน้าบาน และเก็บรอยต่อกับผนังหรือฝ้า

ก่อนเปรียบเทียบราคาควรถามว่า

  • รวมค่าขนส่งหรือไม่
  • รวมทีมติดตั้งหรือไม่
  • รวมวัสดุเก็บรอยต่อหรือไม่
  • รวมปรับ Hardware หลังติดตั้งหรือไม่
  • รวมเก็บสีบริเวณที่ได้รับผลจากการติดตั้งหรือไม่

11. อ่านหัวข้อ “ไม่รวม” ให้ละเอียดกว่าหัวข้อ “รวม”

หนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของใบเสนอราคาคือรายการ Exclusion หรือสิ่งที่ไม่รวม เพราะเป็นจุดที่อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมระหว่างโครงการ

ตัวอย่างรายการที่อาจไม่รวม ได้แก่

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • สุขภัณฑ์
  • โคมไฟตกแต่ง
  • เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
  • งานแก้ระบบเดิมที่พบหลังรื้อ
  • งานโครงสร้าง
  • งานจากผู้ให้บริการเฉพาะระบบ

หากบริษัทหนึ่งรวมรายการเหล่านี้บางส่วน แต่อีกบริษัทไม่รวม ยอดรวมจะแตกต่างกันโดยธรรมชาติ

12. ราคางานเพิ่มควรตกลงวิธีอนุมัติก่อนเริ่มงาน

แม้จะวางแผนละเอียด งานรีโนเวทและก่อสร้างยังอาจพบ Site Condition ที่ต้องแก้เพิ่มเติม ดังนั้นควรกำหนดกระบวนการงานเพิ่มตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ

ขั้นตอนที่ควรมี

  1. แจ้งปัญหาหรือเหตุผลของงานเพิ่ม
  2. เสนอวิธีแก้
  3. แจ้งค่าใช้จ่ายและผลต่อระยะเวลา
  4. ให้เจ้าของโครงการอนุมัติก่อนดำเนินการ

วิธีนี้ช่วยลดปัญหาพบยอดค่าใช้จ่ายเพิ่มจำนวนมากเมื่อโครงการใกล้เสร็จแล้ว

13. ระยะเวลาทำงานเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุน

ใบเสนอราคาที่ถูกมากอาจมาพร้อมระยะเวลาก่อสร้างหรือกระบวนการทำงานที่ต่างกัน ควรดู Schedule ร่วมกับราคา โดยเฉพาะโครงการที่มีวันที่ต้องเข้าอยู่แน่นอน

ช่วงงานสิ่งที่ควรรู้
ออกแบบระยะพัฒนา Layout และ 3D
อนุมัติวัสดุต้องสั่งของล่วงหน้าหรือไม่
ผลิต Built-inเริ่มผลิตหลัง Final Measurement เมื่อไร
ก่อสร้างงานระบบและงานพื้นฐานใช้เวลากี่ช่วง
เก็บ Defectมีระยะตรวจและแก้งานก่อนส่งมอบหรือไม่

14. การมีแบบละเอียดช่วยให้เปรียบเทียบราคาได้แม่นขึ้น

หากส่งเพียงภาพ Reference ให้หลายบริษัท แต่ละเจ้าจะต้องตั้งสมมติฐานเองจำนวนมาก ทำให้ราคาที่ได้เปรียบเทียบกันยาก วิธีที่แม่นกว่าคือให้ทุกบริษัทประเมินจากข้อมูลชุดเดียวกัน

ข้อมูลที่ช่วยให้ราคาใกล้เคียงความจริงมากขึ้น ได้แก่

  • Furniture Layout
  • รูปด้าน Built-in
  • ขนาดหลัก
  • รายการวัสดุ
  • จำนวนจุดไฟและระบบ
  • Scope งานรื้อ
  • รายการของที่ต้องเก็บไว้

ทำตารางเปรียบเทียบราคาอย่างไรให้เห็นความต่างจริง?

แทนที่จะวางใบเสนอราคาหลายใบแล้วดูยอดรวม ควรสร้างตารางกลางหนึ่งชุดเพื่อเทียบรายการเดียวกันทีละหัวข้อ

หัวข้อบริษัท Aบริษัท Bบริษัท C
งานรื้อรวมไม่รวมรวมบางส่วน
งานระบบตามจำนวนจุดเหมาตามแบบ
Built-inระบุสเปกระบุบางส่วนต้องยืนยันเพิ่ม
Loose Furnitureไม่รวมไม่รวมรวมบางชิ้น
ขนส่งและติดตั้งรวมตรวจเพิ่มรวม

ตารางลักษณะนี้ทำให้เห็นว่าราคาที่สูงกว่ามาจากการเสนอ Scope มากกว่า หรือเป็นราคาที่สูงกว่าในรายการเดียวกันจริง ๆ

ราคาถูกที่สุดควรเลือกหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องตัดออก แต่ควรตรวจว่าราคาต่ำเพราะอะไร หาก Scope และ Specification เท่ากันจริง ราคาที่ต่ำกว่าย่อมน่าสนใจ แต่หากเกิดจากการลดวัสดุ Hardware จำนวนงาน หรือมีรายการไม่รวมจำนวนมาก ต้องนำค่าใช้จ่ายเหล่านั้นกลับมาคำนวณก่อนตัดสินใจ

เป้าหมายไม่ใช่หาใบเสนอราคาที่ถูกที่สุด แต่คือหาราคาที่อธิบายได้ว่าเงินแต่ละส่วนถูกใช้กับอะไร และตรงกับสิ่งที่โครงการต้องการหรือไม่

ควรมีงบสำรองหรือไม่?

ควรมี โดยเฉพาะงานรีโนเวทที่อาจพบสภาพจริงหลังรื้อแตกต่างจากที่มองเห็นก่อนเริ่มงาน งบสำรองไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้เพิ่ม Scope โดยไม่มีการควบคุม แต่เป็น Buffer สำหรับงานจำเป็นที่คาดการณ์ได้ยาก

สิ่งสำคัญคือแยกให้ชัดระหว่าง

  • งานเพิ่มจาก Site Condition
  • งานเพิ่มเพราะเจ้าของเปลี่ยนแบบ
  • งานที่เดิมอยู่ใน Scope แต่ตกหล่นจากการประเมิน

Checklist ก่อนเซ็นสัญญางานตกแต่ง

  • Scope งานแต่ละหมวดชัดเจน
  • แบบที่ใช้เสนอราคาเป็น Revision ล่าสุด
  • วัสดุหลักมีชื่อหรือรหัสระบุ
  • Built-in มีรายละเอียดภายในตู้
  • Hardware สำคัญระบุในราคา
  • จำนวนจุดไฟและระบบชัดเจน
  • รู้ว่าราคารวมค่ารื้อและขนทิ้งหรือไม่
  • รู้ว่ารวมขนส่งและติดตั้งหรือไม่
  • อ่านรายการไม่รวมครบแล้ว
  • มีวิธีอนุมัติงานเพิ่มก่อนลงมือ
  • มี Schedule การทำงาน
  • มีขั้นตอนตรวจ Defect และส่งมอบ

หากกำลังวางแผนบ้านหรือคอนโดและต้องการดูภาพรวมบริการตั้งแต่การออกแบบ 3 มิติ งาน Built-in ไปจนถึงการก่อสร้าง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ APN Corporation Interior

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง สามารถตรวจสอบข้อมูลจาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และข้อมูลด้านวิชาชีพออกแบบภายในสามารถศึกษาเพิ่มเติมจาก สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA)

สรุป ใบเสนอราคาจะเทียบกันได้ ต้องเริ่มจาก Scope ที่เท่ากัน

ยอดรวมที่ต่างกันหลักหมื่นหรือหลักแสนไม่ได้บอกทันทีว่าใครแพงหรือถูกกว่า ควรตรวจตั้งแต่งานรื้อ ระบบ พื้นผิว Built-in วัสดุ Hardware การติดตั้ง เฟอร์นิเจอร์ รายการไม่รวม และเงื่อนไขงานเพิ่ม เมื่อทำให้รายละเอียดของแต่ละบริษัทอยู่บนฐานเดียวกัน เจ้าของบ้านจะเห็นได้ชัดขึ้นว่าความต่างของราคามาจากคุณภาพหรือปริมาณงานส่วนใด และสามารถเลือกทีมได้จากข้อมูลมากกว่าตัวเลขท้ายใบเสนอราคา

APN Corporation Interior ให้บริการออกแบบตกแต่งภายในบ้าน คอนโด ออฟฟิศ งาน Built-in ภาพ 3 มิติ รีโนเวท และงานก่อสร้างครบวงจรแบบ Turnkey หากมี Floor Plan รูปพื้นที่ หรือแบบที่ต้องการประเมินราคา สามารถส่งข้อมูลเพื่อปรึกษาทีม ขอแบบ 3 มิติ หรือขอใบเสนอราคาได้ที่ https://www.apnth.com หรือโทร 081-171-8084

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมใบเสนอราคาตกแต่งจากสองบริษัทถึงต่างกันมาก?

มักเกิดจาก Scope วัสดุ จำนวนงาน Built-in Hardware งานระบบ หรือรายการที่รวมและไม่รวมต่างกัน ควรเทียบรายละเอียดทีละหมวดก่อนเปรียบเทียบยอดรวม

ราคาต่อเมตรของ Built-in ใช้เปรียบเทียบได้ไหม?

ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้เพียงตัวเดียว เพราะจำนวนลิ้นชัก หน้าบาน Hardware วัสดุภายใน และรายละเอียดการผลิตสามารถทำให้ต้นทุนของตู้ที่มีความยาวเท่ากันแตกต่างกันมาก

ควรมีแบบก่อนขอใบเสนอราคาหรือไม่?

ยิ่งแบบและ Specification ชัด ราคายิ่งเปรียบเทียบกันง่าย หากมีเพียง Reference แต่ไม่มีขนาดและรายละเอียด แต่ละทีมจะต้องตั้งสมมติฐานเอง ทำให้ราคาต่างกันและเทียบกันยากขึ้น

รายการ “ไม่รวม” สำคัญแค่ไหน?

สำคัญมาก เพราะเป็นรายการที่มีโอกาสกลายเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่ม ควรอ่านทุกข้อและประเมินมูลค่าของสิ่งที่ยังต้องจัดหาเองก่อนตัดสินใจจากยอดรวม

ควรเลือกราคาถูกที่สุดหรือไม่?

เลือกได้หาก Scope วัสดุ และเงื่อนไขเทียบเท่ากันจริง แต่หากราคาต่ำเพราะลดงานบางส่วนหรือมีรายการไม่รวมมาก ควรรวมค่าใช้จ่ายเหล่านั้นกลับเข้าไปก่อนเปรียบเทียบ

งานเพิ่มควรตกลงกันอย่างไร?

ควรให้ทีมแจ้งเหตุผล วิธีแก้ ราคา และผลต่อ Schedule ก่อนดำเนินการ แล้วให้เจ้าของโครงการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้สามารถติดตามงบประมาณได้ตลอดโครงการ

Related services

บริการที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

Start a project

อยากคุยเรื่องพื้นที่ของคุณต่อไหม

เล่าให้ทีมออกแบบฟังว่ากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ เราจะช่วยประเมินแนวทางและงบเบื้องต้นให้ก่อน ฟรี