คอนโดเสียงก้อง อยู่ไม่สบาย แก้จากวัสดุและการจัดห้องอย่างไร
  1. หน้าแรก
  2. บทความ

คอนโดเสียงก้อง อยู่ไม่สบาย แก้จากวัสดุและการจัดห้องอย่างไร

25 สิงหาคม 2569Suwit Thancharoenkulอ่าน 12 นาที

คอนโดที่เสียงก้องไม่ได้จำเป็นต้องแก้ด้วยการติดวัสดุซับเสียงเต็มผนังเสมอไป เพราะสาเหตุอาจมาจากห้องมีพื้นผิวแข็งมากเกินไป เฟอร์นิเจอร์น้อย หรือ Layout ทำให้เสียงสะท้อนไปมาระหว่างผนัง หากกำลังวางแผน รับตกแต่งภายใน ควรคิดเรื่องเสียงตั้งแต่ช่วงเลือกพื้น ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ Built-in และตำแหน่งทีวี เพื่อให้ห้องดูดีและอยู่สบายเมื่อใช้งานจริง

สิ่งสำคัญคือต้องแยกให้ออกว่า “เสียงก้องภายในห้อง” กับ “เสียงทะลุไปรบกวนห้องข้างเคียง” เป็นคนละปัญหา วิธีแก้จึงไม่เหมือนกัน บทความนี้จะเน้นสิ่งที่สามารถจัดการจากงาน Interior ได้ พร้อมอธิบายว่าเมื่อใดควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอะคูสติกหรือระบบอาคารเข้าตรวจเพิ่มเติม

ก่อนแก้ ต้องแยกให้ออกว่าเป็นเสียงก้องหรือเสียงทะลุ

เจ้าของคอนโดมักใช้คำว่า “เสียงดัง” รวมกันทั้งหมด แต่ในทางการใช้งานควรแยกอย่างน้อยสองกรณี เพราะการเพิ่มพรมหรือม่านอาจช่วยเรื่องเสียงสะท้อนภายใน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดเสียงจากทีวีไม่ให้ผ่านผนังไปอีกห้องได้

ปัญหาอาการที่สังเกตได้แนวทางเบื้องต้น
เสียงก้องภายในพูดแล้วเสียงสะท้อน ห้องฟังดูแข็งเพิ่มวัสดุและองค์ประกอบที่ช่วยดูดซับหรือกระจายเสียง
เสียงผ่านผนังได้ยินทีวีหรือบทสนทนาจากอีกห้องต้องตรวจผนัง ช่องเปิด และระบบประกอบอาคาร
เสียงจากพื้นหรือโครงสร้างเสียงเดิน กระแทก หรือลากของต้องพิจารณาระบบพื้นและเส้นทางการส่งผ่านเสียง

วัสดุซับเสียงช่วยลดเสียงสะท้อนในห้อง แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนระบบผนังกันเสียงทุกกรณี

1. ทำไมห้องคอนโดที่แต่งแบบเรียบมากจึงรู้สึกเสียงก้องได้ง่าย?

พื้นที่ที่มีพื้นแข็ง ผนังเรียบ กระจกจำนวนมาก และเฟอร์นิเจอร์น้อย จะมีพื้นผิวที่สะท้อนเสียงหลายด้าน เมื่อพูด ดูทีวี หรือเปิดเพลง เสียงจึงสะท้อนกลับไปมามากกว่าห้องที่มีผ้า พรม หนังสือ หรือเฟอร์นิเจอร์หลายระดับ

องค์ประกอบที่มักทำให้ห้องมีพื้นผิวแข็งจำนวนมาก ได้แก่

  • พื้นกระเบื้องหรือหิน
  • ผนังทาสีเรียบหลายด้าน
  • กระจกบานใหญ่
  • หน้าบาน Built-in ผิวแข็งเต็มผนัง
  • เฟอร์นิเจอร์น้อยและไม่มีผ้าม่าน

ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกใช้วัสดุเหล่านี้ แต่ควรสร้างสมดุลกับวัสดุที่มีผิวสัมผัสและองค์ประกอบนุ่มในตำแหน่งที่เหมาะสม

2. เริ่มแก้จากผ้าม่านก่อน เพราะมีผลทั้งภาพและการใช้งาน

คอนโดจำนวนมากมีหน้าต่างหรือประตูกระจกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นผิวสะท้อนเสียงสำคัญ การเพิ่มม่านจึงช่วยเปลี่ยนทั้งบรรยากาศ การควบคุมแสง ความเป็นส่วนตัว และลักษณะเสียงภายในห้องพร้อมกัน

หากต้องการผลด้านเสียงมากขึ้น ควรพิจารณาความหนา จำนวนชั้น และพื้นที่ที่ม่านครอบคลุม ไม่ใช่ดูเพียงสีหรือสไตล์ของผ้า

ตำแหน่งม่านควรถูกคิดตั้งแต่ช่วงทำฝ้า

หากทำ Built-in หรือฝ้าใหม่ ควรกำหนดรางม่านพร้อมกับแบบฝ้า แอร์ และตู้สูง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหารางชนตู้หรือไม่มีระยะเก็บผ้าม่านเมื่อเปิดใช้งาน

3. พรมช่วยลดความแข็งของพื้นที่ Living ได้โดยไม่ต้องแก้ผนัง

หากห้องนั่งเล่นใช้พื้นแข็งทั้งหมด พรมสามารถช่วยเพิ่มพื้นผิวนุ่มในจุดที่เกิดกิจกรรมหลัก โดยเฉพาะบริเวณโซฟา โต๊ะกลาง และพื้นที่ดูทีวี

นอกจากเรื่องเสียง พรมยังช่วยแบ่ง Zone ในห้องแบบ Open Plan ได้โดยไม่ต้องสร้างผนังเพิ่ม แต่ควรเลือกขนาดให้สัมพันธ์กับเฟอร์นิเจอร์ ไม่ควรใช้พรมเล็กจนดูเหมือนชิ้นตกแต่งลอยอยู่กลางห้อง

4. โซฟาผ้า เก้าอี้บุ และ Headboard ช่วยเพิ่มพื้นผิวนุ่ม

เฟอร์นิเจอร์หุ้มผ้ามีบทบาทมากกว่าความสบาย เพราะพื้นผิวและวัสดุสามารถช่วยลดความแข็งของสภาพเสียงเมื่อเทียบกับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ผิวแข็งเป็นหลัก

องค์ประกอบที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น

  • โซฟาผ้า
  • เก้าอี้ Dining แบบบุ
  • หัวเตียงบุผ้า
  • ม้านั่งบุนุ่ม
  • เบาะและ Textile ต่าง ๆ

ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกอย่างพร้อมกัน ควรเลือกตามฟังก์ชันและสไตล์ของห้องเพื่อไม่ให้ดูเหมือนกำลังแก้ปัญหาเสียงโดยเฉพาะ

5. ผนังทีวีไม่ควรเป็นผิวแข็งเรียบทั้งหมดเสมอไป

ผนังทีวีเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงโดยตรง หากทำเป็นหิน กระจก หรือหน้าบานเรียบเต็มผนัง อาจเพิ่มพื้นที่สะท้อนเสียงในห้องได้

แนวทางที่สามารถนำมาใช้ร่วมกับดีไซน์ ได้แก่

  • ผสมผิวไม้กับส่วนผิวด้าน
  • ใช้แผงเซาะร่องหรือพื้นผิวที่มีมิติในบางส่วน
  • เพิ่มชั้นหนังสือหรือ Display ที่มีความลึกต่างกัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้กระจกเต็มผนังตรงข้ามพื้นที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม แผงตกแต่งทั่วไปไม่ควรถูกเรียกว่าแผง Acoustic โดยอัตโนมัติ หากต้องการประสิทธิภาพด้านเสียงที่วัดผลได้ ควรตรวจคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์จริง

6. ชั้นหนังสือและ Display ช่วยกระจายพื้นผิวผนังได้

ผนังเรียบขนาดใหญ่สะท้อนเสียงในลักษณะที่ต่างจากผนังที่มีชั้น ความลึก และวัตถุหลายขนาด การใช้ชั้นหนังสือหรือ Display จึงสามารถช่วยลดความรู้สึกแข็งของพื้นที่ได้บางส่วน พร้อมเพิ่ม Storage ไปด้วย

แต่ไม่ควรทำ Open Shelf เต็มทุกผนังเพราะจะเพิ่มภาระการทำความสะอาด โดยสามารถผสมระหว่าง

  • ตู้บานทึบสำหรับของที่ต้องการซ่อน
  • ชั้นเปิดเฉพาะส่วน
  • ช่องหนังสือ
  • ช่อง Display ที่มีระยะลึกต่างกัน

สำหรับงานตู้ที่ต้องผลิตตามขนาดพื้นที่ สามารถดูรายละเอียด บริการงานบิวท์อินของ APN Corporation Interior เพื่อดูภาพรวมตั้งแต่ Survey ออกแบบ ไปจนถึงผลิตและติดตั้ง

7. ห้องนอนควรระวังผนังหัวเตียงที่ติดกับพื้นที่เสียงดัง

หากผนังหัวเตียงอยู่ติดกับห้องนั่งเล่น ห้องเครื่อง หรือพื้นที่ส่วนกลางที่มีเสียง ควรตรวจปัญหาก่อนทำผนังตกแต่ง เพราะการติด Headboard หรือแผงผ้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะหยุดเสียงจากอีกด้านได้

สำหรับเสียงสะท้อนภายในห้อง หัวเตียงบุผ้า ผ้าม่าน และเครื่องนอนสามารถช่วยให้ห้องมีพื้นผิวนุ่มขึ้น แต่ถ้าเป็นปัญหาเสียงทะลุจากผนังจริง ควรให้ทีมที่มีความรู้ด้านระบบผนังตรวจองค์ประกอบเพิ่มเติม

8. ตำแหน่งทีวีและลำโพงมีผลมากกว่าที่คิด

หากวางทีวีหรือลำโพงชิดผนังที่ติดกับห้องนอนหรือห้องข้างเคียง เสียงอาจรบกวนพื้นที่นั้นมากกว่าการเลือกผนังอีกด้านหนึ่ง แม้ระดับเสียงในห้องนั่งเล่นจะเท่าเดิม

ก่อนล็อก Layout ควรตรวจ

  1. ผนังด้านหลังทีวีติดกับพื้นที่ใด
  2. ลำโพงวางชิดผนังหรือมุมห้องมากเกินไปหรือไม่
  3. ตำแหน่งโซฟากับทีวีสัมพันธ์กับขนาดพื้นที่หรือไม่
  4. จำเป็นต้องเปิดเสียงดังเพื่อฟังชัดเพราะระยะไกลเกินไปหรือไม่

การจัดระยะให้เหมาะสมอาจช่วยให้ใช้งานที่ระดับเสียงต่ำลงโดยไม่รู้สึกว่าฟังไม่ชัด

9. Open Plan สวยและโปร่ง แต่เสียงเดินทางได้ไกลขึ้น

คอนโดที่เชื่อม Living, Dining และ Pantry เป็นพื้นที่เดียวกันมีข้อดีเรื่องความโปร่ง แต่เสียงจากทีวี การสนทนา และอุปกรณ์ครัวสามารถเดินทางไปทั่วพื้นที่ได้ง่าย

หากสมาชิกใช้พื้นที่พร้อมกัน เช่น คนหนึ่งดูทีวี อีกคนทำงานที่โต๊ะอาหาร ควรคิด Zone ให้ชัดตั้งแต่ Layout

กิจกรรมแนวทางจัดพื้นที่
ดูทีวีกำหนดทิศเสียงไม่ให้ยิงตรงเข้าสู่พื้นที่ทำงาน
ทำงานวางห่างจากทีวีหรือมีองค์ประกอบช่วยแบ่ง Zone
ทำอาหารตรวจเสียงของเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบดูดอากาศ
รับประทานอาหารใช้ Textile และเฟอร์นิเจอร์ช่วยลดความแข็งของพื้นที่

10. ประตูคือจุดที่มักถูกมองข้ามเมื่อมีปัญหาเสียงระหว่างห้อง

หากเสียงลอดจากห้องนั่งเล่นเข้าไปยังห้องนอน อาจไม่ได้ผ่านเฉพาะผนัง แต่ผ่านช่องรอบประตูหรือบริเวณที่ปิดไม่สนิทด้วย

ก่อนคิดจะเพิ่มผนังหลายชั้น ควรตรวจองค์ประกอบง่าย ๆ ก่อน เช่น

  • ประตูปิดสนิทหรือไม่
  • ช่องรอบวงกบมีความผิดปกติหรือไม่
  • มีช่องใต้บานมากหรือไม่
  • เสียงเข้าทางประตูมากกว่าผนังหรือไม่

หากต้องการปรับระบบประตูเพื่อแก้ปัญหาด้านเสียงอย่างจริงจัง ควรใช้ข้อมูลผลิตภัณฑ์และรายละเอียดติดตั้งที่มีผลทดสอบรองรับ ไม่ควรสรุปจากความหนาของบานเพียงอย่างเดียว

11. แผง Acoustic มีหลายประเภท ต้องดูค่าทดสอบ ไม่ใช่ดูจากหน้าตา

วัสดุที่ขายในชื่อ Acoustic Panel มีหลายประเภท บางชนิดเน้นดูดซับเสียงสะท้อน บางระบบเป็นส่วนหนึ่งของงานควบคุมเสียงที่ซับซ้อนกว่า หากต้องการเลือกใช้ควรตรวจข้อมูลจากผู้ผลิตว่าผลิตภัณฑ์ถูกทดสอบด้านใด

ก่อนเลือกควรถามอย่างน้อย

  • วัสดุมีวัตถุประสงค์เพื่อลดเสียงสะท้อนหรือกันเสียง
  • มีค่าทดสอบอะไรจากผู้ผลิต
  • ผลทดสอบอ้างอิงกับการติดตั้งแบบใด
  • ต้องใช้พื้นที่ผิวมากเพียงใด
  • ติดตั้งร่วมกับระบบผนังเดิมอย่างไร

แผงที่มีร่องหรือหุ้มผ้าไม่ได้แปลว่ามีประสิทธิภาพด้าน Acoustic เท่ากันทุกผลิตภัณฑ์

12. อย่าแก้เสียงก้องด้วยการใส่วัสดุนุ่มจนเสียฟังก์ชัน

ห้องไม่จำเป็นต้องเต็มไปด้วยพรม ม่าน และผ้าทุกพื้นผิว การออกแบบที่ดีควรกระจายวัสดุหลายประเภทอย่างสมดุล เช่น ให้พื้นยังดูแลง่าย แต่เพิ่มพรมเฉพาะ Living หรือใช้ม่านเต็มความสูงที่ช่องกระจกแทนการบุผนังทุกด้าน

เป้าหมายคือสร้างความสมดุลระหว่าง

  • คุณภาพเสียง
  • การทำความสะอาด
  • ความสวยงาม
  • พื้นที่ใช้สอย
  • งบประมาณ

13. ห้องทำงานออนไลน์ควรคิดเรื่องเสียงตั้งแต่เลือกตำแหน่งโต๊ะ

สำหรับคนที่ประชุมออนไลน์บ่อย ห้องที่เสียงสะท้อนมากอาจทำให้ไมโครโฟนรับเสียงห้องจนคำพูดฟังไม่ชัด ตำแหน่งโต๊ะจึงควรพิจารณาร่วมกับผนัง ม่าน และเฟอร์นิเจอร์รอบข้าง

หากเลือกได้ ควรหลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะกลางห้องที่มีพื้นผิวแข็งโล่งทุกด้าน และสามารถใช้ผ้าม่าน ชั้นหนังสือ หรือองค์ประกอบ Interior รอบพื้นที่ทำงานเพื่อช่วยลดความแข็งของเสียงภายในได้

14. ถ้ารบกวนห้องข้างเคียง ต้องตรวจมากกว่างานตกแต่งผิว

หากได้ยินบทสนทนา เสียงทีวี หรือเสียงดนตรีทะลุระหว่างห้องอย่างชัดเจน ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผนัง ช่องเปิด ช่องระบบ หรือการเชื่อมต่อขององค์ประกอบอาคาร การติดแผ่นตกแต่งด้านเดียวอาจไม่เพียงพอ

กรณีนี้ควรให้ผู้ที่มีความรู้ด้านอะคูสติกหรือระบบก่อสร้างตรวจหน้างานก่อน เพื่อระบุเส้นทางที่เสียงเดินทาง ไม่ควรเพิ่มวัสดุโดยเดาสาเหตุ

ควรแก้ตรงไหนก่อน หากงบมีจำกัด?

หากปัญหาหลักคือเสียงก้องภายในและยังไม่ต้องการรีโนเวทใหญ่ สามารถเริ่มจากองค์ประกอบที่เปลี่ยนง่ายก่อน แล้วประเมินผลทีละขั้น

ลำดับสิ่งที่พิจารณาผลต่อพื้นที่
1ม่านช่วยทั้งแสง ความเป็นส่วนตัว และเพิ่มพื้นผิวนุ่ม
2พรมใน Livingลดพื้นผิวแข็งบริเวณกิจกรรมหลัก
3เฟอร์นิเจอร์บุผ้าเพิ่มวัสดุนุ่มและช่วยเรื่องความสบาย
4ปรับ Layoutลดผลกระทบระหว่าง Zone ใช้งาน
5วัสดุเฉพาะทางใช้เมื่อวิเคราะห์แล้วว่าจำเป็น

ก่อนทำ Built-in ควรแจ้งปัญหาเสียงกับ Interior Designer หรือไม่?

ควรแจ้งตั้งแต่ช่วง Requirement เพราะ Built-in ขนาดใหญ่มีผลต่อทั้ง Layout และสัดส่วนของพื้นผิวภายในห้อง หากทีมทราบว่าห้องใช้ดูหนัง ฟังเพลง ประชุมออนไลน์ หรือมีสมาชิกทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน ก็สามารถนำเงื่อนไขเหล่านี้มาใช้พิจารณาร่วมกับแบบได้

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนคอนโด สามารถดูรายละเอียด บริการออกแบบและตกแต่งภายในคอนโดของ APN Corporation Interior ตั้งแต่ Survey, Layout, 3D Design, Material Selection ไปจนถึงงานก่อสร้างและ Built-in

Checklist ก่อนออกแบบห้องที่ต้องการควบคุมเสียงให้ดีขึ้น

  • แยกแล้วว่าเป็นเสียงก้องหรือเสียงทะลุ
  • ระบุแหล่งกำเนิดเสียงหลักแล้ว
  • ตรวจผนังด้านหลังทีวีและลำโพงแล้ว
  • ตรวจว่ามีกระจกและพื้นผิวแข็งมากเพียงใด
  • วางตำแหน่งม่านตั้งแต่ช่วงออกแบบ
  • พิจารณาพรมหรือ Textile ในพื้นที่หลัก
  • แบ่ง Open Plan ตามกิจกรรมของสมาชิก
  • ตรวจประตูและช่องเปิดเมื่อเสียงลอดระหว่างห้อง
  • ไม่เรียกวัสดุตกแต่งว่า Acoustic หากไม่มีข้อมูลรองรับ
  • หากเป็นเสียงทะลุรุนแรง ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสาเหตุก่อน

หากเลือกใช้วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานเกี่ยวข้อง สามารถตรวจข้อมูลเพิ่มเติมจาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับวิชาชีพการออกแบบภายในสามารถศึกษาได้จาก สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA)

สรุป ห้องเสียงดีไม่จำเป็นต้องดูเหมือน Studio

คอนโดที่มีเสียงก้องสามารถปรับให้สบายขึ้นได้จากการจัดสมดุลระหว่างพื้นผิวแข็งและนุ่ม เช่น ม่าน พรม เฟอร์นิเจอร์บุผ้า Built-in และการวาง Layout โดยไม่จำเป็นต้องติดแผงเฉพาะทางเต็มทุกผนัง แต่ต้องแยกให้ชัดก่อนว่าปัญหาเป็นเสียงสะท้อนภายในหรือเสียงทะลุจากอีกพื้นที่ เพราะกรณีหลังอาจต้องใช้การแก้ระบบผนังหรือองค์ประกอบอาคารโดยผู้เชี่ยวชาญ

APN Corporation Interior ให้บริการออกแบบตกแต่งภายในคอนโด บ้าน ออฟฟิศ งาน Built-in ภาพ 3 มิติ รีโนเวท และงานก่อสร้างครบวงจรแบบ Turnkey หากมี Floor Plan รูปพื้นที่ หรือปัญหาการใช้งานที่ต้องการให้ทีมช่วยวิเคราะห์ สามารถส่งข้อมูลเพื่อปรึกษา ขอแบบ 3 มิติ หรือขอใบเสนอราคาได้ที่ https://www.apnth.com หรือโทร 081-171-8084

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ติดม่านช่วยลดเสียงจากห้องข้าง ๆ ได้ไหม?

ม่านช่วยเรื่องเสียงสะท้อนภายในห้องได้มากกว่าการกันเสียงทะลุผ่านผนัง หากเสียงมาจากห้องข้างเคียงควรตรวจเส้นทางของเสียงและโครงสร้างผนังก่อน

พรมช่วยเรื่องเสียงจริงไหม?

พรมช่วยลดพื้นผิวแข็งและลดเสียงสะท้อนบางส่วนภายในห้อง โดยเฉพาะบริเวณ Living แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นระบบป้องกันเสียงผ่านผนัง

แผงไม้เซาะร่องทุกแบบเป็น Acoustic Panel หรือไม่?

ไม่ใช่ ต้องตรวจโครงสร้างวัสดุ วิธีติดตั้ง และผลทดสอบของผลิตภัณฑ์นั้นโดยเฉพาะ รูปลักษณ์ที่มีร่องเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันคุณสมบัติด้านอะคูสติกได้

คอนโดโล่งควรใส่ของเยอะขึ้นเพื่อแก้เสียงก้องไหม?

ไม่จำเป็นต้องเพิ่มของจำนวนมาก ควรเลือกเพิ่มองค์ประกอบที่มีประโยชน์อยู่แล้ว เช่น ม่าน พรม โซฟาผ้า หรือชั้นหนังสือ เพื่อรักษาทั้งฟังก์ชันและความเรียบร้อยของห้อง

เสียงทีวีทะลุเข้าห้องนอนควรแก้ที่ไหนก่อน?

ควรตรวจตำแหน่งทีวี ผนังที่ติดกัน ประตู และช่องเปิดก่อน หากเสียงผ่านโครงสร้างผนังอย่างชัดเจน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจระบบผนังแทนการเพิ่มวัสดุตกแต่งโดยเดาสาเหตุ

ควรแจ้งเรื่องเสียงกับทีมออกแบบตั้งแต่เมื่อไร?

ควรแจ้งตั้งแต่ช่วงเก็บ Requirement เพราะตำแหน่งทีวี ห้องทำงาน ห้องนอน ม่าน และ Built-in สามารถวางให้สัมพันธ์กับพฤติกรรมด้านเสียงได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง

Related services

บริการที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

Start a project

อยากคุยเรื่องพื้นที่ของคุณต่อไหม

เล่าให้ทีมออกแบบฟังว่ากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ เราจะช่วยประเมินแนวทางและงบเบื้องต้นให้ก่อน ฟรี