
ออฟฟิศที่รู้สึกแน่นไม่ได้แปลว่าต้องเช่าพื้นที่เพิ่มเสมอไป เพราะปัญหาอาจเกิดจากการแบ่งพื้นที่ไม่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานจริง เช่น โต๊ะประจำกินพื้นที่มากเกินไป ห้องประชุมมีแต่ห้องใหญ่ หรือไม่มีจุดสำหรับคุยงานสั้น ๆ หากกำลังวางแผน รับตกแต่งภายใน ออฟฟิศ ควรเริ่มจากจำนวนผู้ใช้ รูปแบบการประชุม ความถี่ในการเข้าออฟฟิศ และเส้นทางการเดิน ก่อนตัดสินใจว่าต้องมีโต๊ะหรือห้องกี่ชุด
การวาง Office Zoning ที่ดีช่วยให้พื้นที่เดียวรองรับทั้งงานที่ต้องใช้สมาธิ การทำงานร่วมกัน การประชุมออนไลน์ การรับแขก และพื้นที่ส่วนกลาง โดยไม่จำเป็นต้องกั้นห้องทุกฟังก์ชัน บทความนี้สรุปวิธีอ่านพฤติกรรมการทำงานและจัดโซนให้เหมาะกับออฟฟิศจริง ตั้งแต่ Reception ไปจนถึง Workstation และ Meeting Area
ทำไมออฟฟิศมีพื้นที่เยอะ แต่พนักงานยังรู้สึกว่าไม่มีที่ใช้?
พื้นที่สำนักงานอาจมีขนาดเพียงพอในเชิงตารางเมตร แต่ถูกจัดสรรไปยังฟังก์ชันที่ใช้งานไม่สมดุล เช่น มีห้องประชุมใหญ่ 2 ห้องที่ว่างเกือบทั้งวัน ขณะที่พนักงานต้องยืนคุยงานข้างโต๊ะเพราะไม่มี Meeting Point ขนาดเล็ก
การวางออฟฟิศไม่ควรเริ่มจาก “ใส่โต๊ะได้กี่ตัว” แต่ควรเริ่มจาก “คนทำกิจกรรมอะไรบ้างในหนึ่งวัน”
ดังนั้นก่อนปรับ Layout ควรสำรวจพฤติกรรมจริงอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เพื่อดูว่าพื้นที่ใดถูกใช้มาก พื้นที่ใดถูกจองแต่ไม่ค่อยใช้ และกิจกรรมใดไม่มีพื้นที่รองรับ
1. แยกจำนวนพนักงานออกจากจำนวนโต๊ะที่ต้องมีจริง
บริษัทที่พนักงานเข้าออฟฟิศทุกวันอาจต้องการ Workstation ใกล้เคียงจำนวนคน แต่บริษัทที่มี Hybrid Work หรือพนักงานออกพบลูกค้าบ่อย อาจไม่จำเป็นต้องมีโต๊ะประจำ 100% ของ Headcount
| รูปแบบการทำงาน | สิ่งที่ควรสำรวจ | ผลต่อ Layout |
|---|---|---|
| เข้าออฟฟิศทุกวัน | จำนวนคนสูงสุดในแต่ละแผนก | เน้นโต๊ะประจำและ Storage ส่วนบุคคล |
| Hybrid Work | จำนวนคนเฉลี่ยและวันที่เข้าเยอะที่สุด | พิจารณา Shared Desk หรือ Hot Desk |
| Sales / Field Team | จำนวนวันที่อยู่นอกสำนักงาน | ลดโต๊ะประจำ เพิ่ม Touchdown Area |
| Project Team | ลักษณะการทำงานร่วมกัน | เพิ่มพื้นที่ Collaboration ใกล้ทีม |
การใช้ Headcount อย่างเดียวกำหนดจำนวนโต๊ะอาจทำให้เสียพื้นที่ไปกับ Workstation ที่ว่างเป็นประจำ ทั้งที่พื้นที่นั้นสามารถรองรับห้องประชุมย่อยหรือพื้นที่ทำงานรูปแบบอื่นได้
2. แบ่ง Work Zone ตามลักษณะงาน ไม่ใช่แบ่งตามแผนกอย่างเดียว
พนักงานในแผนกเดียวกันอาจทำงานไม่เหมือนกัน บางคนต้องโทรศัพท์ตลอดวัน บางคนต้องใช้สมาธิกับเอกสารหรือข้อมูล การนั่งรวมกันเพียงเพราะอยู่ทีมเดียวกันจึงอาจสร้างปัญหาเสียงและสมาธิ
ตัวอย่างโซนที่ควรพิจารณา
- Focus Zone สำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ
- Collaborative Zone สำหรับคุยงานและระดมความคิด
- Call Zone หรือ Phone Booth สำหรับการโทรและประชุมออนไลน์
- Touchdown Area สำหรับผู้ใช้งานชั่วคราว
- Project Table สำหรับทีมที่ต้องกางเอกสารหรือทำงานร่วมกัน
เมื่อแบ่งตามกิจกรรม พนักงานสามารถเลือกพื้นที่ให้เหมาะกับงานในแต่ละช่วงเวลา แทนการพยายามให้โต๊ะหนึ่งตัวรองรับทุกกิจกรรม
3. ห้องประชุมไม่ควรมีแต่ห้องใหญ่
หนึ่งในสาเหตุที่คนบ่นว่าห้องประชุมไม่พอ คือออฟฟิศมี Meeting Room ขนาดใหญ่เป็นหลัก แต่การประชุมจริงส่วนมากอาจมีเพียง 2–4 คน
ควรเก็บข้อมูลจากระบบจองห้องหรือสอบถามทีมว่า การประชุมส่วนใหญ่มีผู้เข้าร่วมกี่คน แล้วแบ่งขนาดห้องให้สัมพันธ์กับพฤติกรรมจริง
| ประเภทพื้นที่ | จำนวนผู้ใช้โดยประมาณ | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Phone Booth | 1 คน | โทรศัพท์หรือ Video Call |
| Huddle Room | 2–4 คน | คุยงานสั้น ๆ และประชุมทีมเล็ก |
| Meeting Room กลาง | 4–8 คน | ประชุมทั่วไป |
| Boardroom / Training | กลุ่มใหญ่ | ประชุมสำคัญหรืออบรม |
การมีห้องขนาดเล็กมากขึ้นอาจช่วยลดปัญหาคนสองคนจองห้องสำหรับสิบคน และทำให้พื้นที่รวมถูกใช้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
4. พื้นที่คุยงานสั้น ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นห้องปิดทุกจุด
การประชุมบางประเภทใช้เวลาเพียง 5–15 นาที เช่น เช็กงาน แก้แบบ หรือประสานงาน หากทุกกิจกรรมต้องจองห้องปิดจะทำให้ห้องประชุมเต็มเร็ว
สามารถสร้างพื้นที่ Semi-open เช่น
- โต๊ะสูงสำหรับ Stand-up Meeting
- ม้านั่งพร้อมโต๊ะเล็ก
- Booth Seating
- มุม Collaboration ใกล้ Workstation
อย่างไรก็ตาม ควรวางให้ไม่รบกวน Focus Zone และไม่กีดขวางทางเดินหลัก
5. Reception ต้องสัมพันธ์กับจำนวนแขกจริง
Reception เป็นพื้นที่ที่มีผลต่อภาพลักษณ์องค์กร แต่ไม่จำเป็นต้องกินพื้นที่ขนาดใหญ่หากบริษัทมีผู้มาติดต่อไม่มาก ควรดูจำนวนแขกสูงสุดที่เกิดขึ้นจริงและระยะเวลาที่ต้องรอ
หากมีลูกค้าเข้าบ่อย Reception อาจต้องมี Waiting Area ที่ชัดเจน แต่ถ้าเป็นออฟฟิศที่รับแขกน้อย สามารถใช้พื้นที่ขนาดกะทัดรัดแล้วลงทุนกับ Branding Wall และรายละเอียดวัสดุแทนการใช้พื้นที่จำนวนมากกับโซฟารอ
พื้นที่ที่ลูกค้าเห็นก่อนควรสะท้อนภาพลักษณ์บริษัท แต่ต้องไม่แย่งพื้นที่จากฟังก์ชันที่พนักงานใช้ทุกวันมากเกินไป
6. Pantry ไม่ควรอยู่กลางทางเดินหลักโดยไม่มีพื้นที่รองรับ
Pantry เป็นพื้นที่ที่เกิดการรวมกลุ่มตามธรรมชาติ หากวางติด Workstation มากเกินไป เสียงจากเครื่องชงกาแฟ การพูดคุย และการเดินเข้าออกอาจรบกวนพนักงานที่นั่งใกล้ที่สุด
ก่อนวางตำแหน่งควรดู
- จำนวนผู้ใช้พร้อมกัน
- ช่วงเวลาที่คนใช้มากที่สุด
- เสียงจากเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ระบบน้ำและท่อน้ำทิ้ง
- พื้นที่สำหรับตู้เย็นและ Storage
- ระยะห่างจาก Focus Zone
หาก Pantry ถูกใช้เป็นพื้นที่พักและคุยงานด้วย ควรกำหนดที่นั่งให้ชัดแทนการปล่อยให้คนยืนขวางทางสัญจร
7. Printer และอุปกรณ์ส่วนกลางควรอยู่ใกล้คนใช้ แต่ไม่รบกวนโต๊ะทำงาน
เครื่องพิมพ์ ตู้เอกสาร เครื่องทำลายเอกสาร และอุปกรณ์สำนักงานเป็นจุดที่มีทั้งเสียงและการเดินเข้าออก ไม่ควรวางชิดโต๊ะที่ต้องใช้สมาธิ
แนวทางหนึ่งคือรวมอุปกรณ์เหล่านี้เป็น Service Point กลางของแต่ละ Zone เพื่อให้เข้าถึงง่ายและลดการกระจายอุปกรณ์ไปทั่วสำนักงาน
8. Storage ควรออกแบบจากประเภทเอกสาร ไม่ใช่ทำตู้เต็มผนังเผื่อไว้ก่อน
ออฟฟิศบางแห่งทำ Built-in ตู้เอกสารจำนวนมาก แต่หลังใช้งานกลับพบว่าหลายตู้ว่าง เพราะเอกสารจำนวนมากถูกเปลี่ยนเป็น Digital แล้ว ขณะที่อุปกรณ์หรือ Sample จริงกลับไม่มีที่เก็บ
ก่อนทำตู้ควรสำรวจว่าแต่ละทีมต้องเก็บอะไร เช่น
| ประเภทของ | แนวทาง Storage |
|---|---|
| เอกสารประจำ | ตู้ใกล้ทีมที่ใช้บ่อย |
| Archive | เก็บในพื้นที่รองที่ไม่ต้องเข้าถึงทุกวัน |
| Material Sample | ชั้นที่รองรับน้ำหนักและขนาดจริง |
| อุปกรณ์ IT | ตู้ที่มีระบบและการระบายอากาศเหมาะสม |
หากต้องการผลิตตู้ตามพื้นที่จริง สามารถดูรายละเอียด งานบิวท์อินของ APN Corporation Interior เพื่อดูภาพรวมตั้งแต่ Survey ออกแบบ ไปจนถึงการผลิตและติดตั้ง
9. ทางเดินไม่ควรกลายเป็นพื้นที่เหลือหลังวางโต๊ะ
การวาง Workstation จนเต็มพื้นที่แล้วเหลือช่องเดินเท่าที่เหลือ มักทำให้ออฟฟิศใช้งานอึดอัด โดยเฉพาะบริเวณประตู ห้องประชุม Pantry และจุดที่คนเดินสวนกันบ่อย
ควรวาง Circulation เป็นส่วนหนึ่งของ Layout ตั้งแต่ต้น โดยพิจารณา
- ทางเดินหลักระหว่างโซน
- เส้นทางจากทางเข้าไปห้องประชุม
- เส้นทางไปห้องน้ำและ Pantry
- พื้นที่หลังเก้าอี้เมื่อมีคนนั่ง
- ตำแหน่งที่คนมักหยุดยืนคุย
ระยะทางเดินที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นที่ จำนวนคน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและข้อบังคับของอาคาร ไม่ควรใช้ตัวเลขจากภาพ Reference มาใช้โดยตรง
10. ตำแหน่งผู้บริหารควรคิดจากการทำงาน ไม่ใช่แค่เลือกวิวดีที่สุด
ห้องผู้บริหารมักถูกวางริมหน้าต่างหรือพื้นที่เด่น แต่ควรตรวจด้วยว่าต้องประชุมบ่อยหรือไม่ ต้องการความเป็นส่วนตัวระดับใด และทีมที่ต้องประสานงานอยู่ตรงไหน
ในบางองค์กร การมีห้องปิดขนาดใหญ่ทุกตำแหน่งอาจใช้พื้นที่มากเกินไป สามารถพิจารณาขนาดห้องตามจำนวนผู้ใช้งานและลักษณะการประชุมจริง
11. ห้องประชุมออนไลน์ควรคิดเรื่องเสียงและฉากหลังตั้งแต่แรก
Video Conference กลายเป็นกิจกรรมปกติของสำนักงานหลายแห่ง การจัดห้องจึงควรตรวจทั้งตำแหน่งกล้อง แสง เสียง และ Background ไม่ใช่เพียงวางจอไว้บนผนัง
จุดที่ควรตรวจ
- ตำแหน่งจอและกล้องสัมพันธ์กับที่นั่ง
- แสงไม่ย้อนเข้ากล้องโดยตรง
- มีปลั๊ก Network และระบบที่จำเป็น
- พื้นผิวในห้องไม่สร้างเสียงก้องมากเกินไป
- สายและอุปกรณ์สามารถซ่อมบำรุงได้
ห้องที่ออกแบบสำหรับประชุมออนไลน์โดยเฉพาะสามารถช่วยลดการใช้ห้องประชุมใหญ่กับคนเพียงหนึ่งหรือสองคนได้ด้วย
12. แสงธรรมชาติควรถูกแบ่งให้พนักงานใช้ร่วมกัน
หากวางห้องปิดทั้งหมดชิดแนวกระจก พื้นที่ Workstation ด้านในอาจสูญเสียแสงธรรมชาติ แม้ว่าสำนักงานจะมีหน้าต่างขนาดใหญ่ก็ตาม
หนึ่งในแนวทางที่ควรพิจารณาคือวางฟังก์ชันให้แสงสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนรวมมากขึ้น เช่น ใช้กระจกในตำแหน่งที่เหมาะสม หรือวางห้องที่ไม่จำเป็นต้องใช้แสงธรรมชาติไว้ด้านใน
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาความเป็นส่วนตัว การควบคุมเสียง และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยร่วมกัน ไม่ควรเลือกกระจกเพียงเพื่อให้พื้นที่ดูโปร่ง
13. ถ้าทีมมีแนวโน้มโต ต้องคิด Expansion ตั้งแต่ Layout แรก
ออฟฟิศที่ออกแบบพอดีกับจำนวนพนักงานวันนี้ 100% อาจต้องรื้อ Built-in หรือเดินระบบใหม่ทันทีเมื่อทีมเพิ่มขึ้น การออกแบบจึงควรถามแผนจำนวนคนในช่วง 1–3 ปีข้างหน้าด้วย
พื้นที่ที่สามารถเตรียมความยืดหยุ่นได้ เช่น
- โต๊ะโมดูลที่เพิ่มจำนวนได้
- ระบบไฟและ Data ที่รองรับการเพิ่มโต๊ะ
- ห้องอเนกประสงค์ที่ปรับเป็น Workstation ได้
- Storage แบบปรับภายในได้
- Loose Furniture ในพื้นที่ที่มีโอกาสเปลี่ยนฟังก์ชันสูง
14. Built-in ควรใช้ตรงไหน และจุดไหนควรปล่อยให้ยืดหยุ่น?
Built-in เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องใช้ขนาดเฉพาะและไม่เปลี่ยนบ่อย เช่น Reception Counter, Pantry, Storage, Media Wall หรือ Cabinet ที่ต้องประสานกับงานระบบ
ส่วนโต๊ะทำงาน โต๊ะ Collaboration หรือเฟอร์นิเจอร์ใน Breakout Area อาจใช้ Loose Furniture เพื่อรองรับการเปลี่ยน Layout ในอนาคตได้ง่ายกว่า
| พื้นที่ | แนวทาง | เหตุผล |
|---|---|---|
| Reception | Built-in | ต้องสัมพันธ์กับ Branding และระบบ |
| Pantry | Built-in | เกี่ยวข้องกับน้ำและเครื่องใช้ไฟฟ้า |
| Workstation | Loose / Modular | ปรับจำนวนและ Layout ได้ง่าย |
| Breakout | Loose Furniture | เปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมได้ |
| Storage หลัก | Built-in | ใช้พื้นที่แนวตั้งและขนาดผนังได้เต็มกว่า |
ก่อนปรับออฟฟิศ ควรเก็บข้อมูลอะไรจากพนักงาน?
แบบสำนักงานที่ตอบโจทย์ควรอาศัยทั้งข้อมูลจากผู้บริหารและผู้ใช้งานจริง เพราะ Pain Point บางอย่างอาจไม่ปรากฏในแปลน เช่น ห้องประชุมเต็มช่วงเวลาเดิมทุกวัน หรือทีมหนึ่งต้องเดินไกลเพื่อหยิบอุปกรณ์ที่ใช้บ่อย
ข้อมูลที่ควรเก็บ ได้แก่
- จำนวนวันที่เข้าออฟฟิศต่อสัปดาห์
- จำนวนการประชุมต่อวัน
- ขนาดกลุ่มประชุมที่พบบ่อย
- จำนวน Video Call
- ปัญหาเสียงหรือสมาธิ
- Storage ที่ต้องใช้จริง
- อุปกรณ์เฉพาะของแต่ละแผนก
- พื้นที่ที่ใช้น้อยหรือแทบไม่ใช้
สำหรับบริษัทที่กำลังวางแผนปรับพื้นที่ สามารถดูรายละเอียด บริการออกแบบและตกแต่งภายในออฟฟิศของ APN Corporation Interior ตั้งแต่การวาง Layout ภาพ 3 มิติ งาน Built-in ไปจนถึงงานก่อสร้างและติดตั้งครบวงจร
Checklist ก่อนอนุมัติ Layout ออฟฟิศ
- รู้จำนวนผู้ใช้งานจริงในวันที่คนเข้าเยอะที่สุด
- แยกประเภทงานที่ต้องใช้สมาธิและงานที่ต้องพูดคุยแล้ว
- จำนวนห้องประชุมสัมพันธ์กับขนาดกลุ่มจริง
- มีพื้นที่สำหรับ Call หรือประชุมออนไลน์
- Reception มีขนาดตามจำนวนแขกจริง
- Pantry ไม่รบกวน Focus Zone
- Printer และ Service Point ไม่อยู่ชิดโต๊ะที่ต้องใช้สมาธิ
- Storage ออกแบบจากสิ่งของจริง
- ทางเดินหลักไม่ถูกบีบด้วย Workstation
- แสงธรรมชาติถูกแบ่งให้พื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม
- ระบบไฟและ Data รองรับ Layout ใหม่
- มีพื้นที่หรือระบบที่รองรับการขยายทีมในอนาคต
ข้อมูลด้านวิชาชีพการออกแบบภายในสามารถศึกษาเพิ่มเติมจาก สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) และหากโครงการมีงานระบบหรือข้อกำหนดทางวิศวกรรม ควรตรวจมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ โดยสามารถศึกษาข้อมูลจาก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เพิ่มเติมได้
สรุป ออฟฟิศที่ใช้งานดีไม่ได้วัดจากจำนวนโต๊ะ แต่วัดจากว่าทุกกิจกรรมมีพื้นที่รองรับหรือไม่
การจัดสำนักงานให้มีประสิทธิภาพควรเริ่มจากพฤติกรรมของพนักงาน ไม่ใช่เพียงการใส่ Workstation ให้มากที่สุด พื้นที่สำหรับ Focus, Collaboration, Meeting, Call, Pantry, Reception และ Storage ควรถูกจัดสัดส่วนตามการใช้งานจริง เมื่อวาง Zoning ถูกต้อง ออฟฟิศเดิมอาจรองรับคนและกิจกรรมได้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่ทันที และยังช่วยลดปัญหาเสียง การเดินชนกัน และห้องประชุมไม่พอในระยะยาว
APN Corporation Interior ให้บริการออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศ งาน Built-in ภาพ 3 มิติ รีโนเวท และงานก่อสร้างครบวงจรแบบ Turnkey หากมี Floor Plan จำนวนพนักงาน หรือพื้นที่สำนักงานที่ต้องการปรับใหม่ สามารถส่งข้อมูลเพื่อปรึกษาทีม ขอแบบ 3 มิติ หรือขอใบเสนอราคาได้ที่ https://www.apnth.com หรือโทร 081-171-8084
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ออฟฟิศควรมีโต๊ะเท่ากับจำนวนพนักงานทั้งหมดไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป หากมี Hybrid Work หรือทีมที่อยู่นอกสำนักงานบ่อย ควรดูจำนวนคนสูงสุดที่เข้าใช้งานจริงก่อนกำหนดจำนวนโต๊ะ เพื่อไม่ให้พื้นที่จำนวนมากถูกใช้กับโต๊ะที่ว่างเป็นประจำ
ห้องประชุมไม่พอควรเพิ่มห้องใหญ่หรือห้องเล็ก?
ควรดูข้อมูลการใช้งานก่อน หากการประชุมส่วนใหญ่มี 2–4 คน การเพิ่ม Huddle Room หรือห้องเล็กอาจแก้ปัญหาได้ดีกว่าการสร้างห้องใหญ่เพิ่ม
Open Office ควรแบ่งโซนอย่างไรไม่ให้เสียงรบกวนกัน?
ควรแยกพื้นที่พูดคุย Collaboration และ Pantry ออกจาก Focus Zone พร้อมจัดตำแหน่ง Call Booth หรือห้องประชุมย่อยให้คนไม่ต้องประชุมออนไลน์จากโต๊ะประจำ
Built-in ในออฟฟิศควรทำตรงไหนมากที่สุด?
เหมาะกับ Reception, Pantry, Storage และพื้นที่ที่ต้องประสานกับระบบหรือใช้ขนาดเฉพาะ ส่วน Workstation และ Breakout Area ควรพิจารณาเฟอร์นิเจอร์แบบ Modular เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง
ควรออกแบบออฟฟิศเผื่อจำนวนพนักงานในอนาคตหรือไม่?
ควรพิจารณาแผนการเติบโตอย่างน้อยในช่วงใกล้ ๆ เพื่อวางระบบไฟ Data โต๊ะ และพื้นที่อเนกประสงค์ให้สามารถปรับเพิ่มจำนวนผู้ใช้ได้โดยไม่ต้องรื้อใหญ่ทันที
ก่อนให้ทีมออกแบบเข้าดูพื้นที่ต้องเตรียมข้อมูลอะไร?
ควรเตรียม Floor Plan จำนวนพนักงาน รูปแบบการทำงาน จำนวนห้องประชุมที่ใช้จริง Pain Point ของพื้นที่เดิม รายการอุปกรณ์และ Storage รวมถึงแผนการเพิ่มทีม เพื่อให้ทีมสามารถวาง Layout จากข้อมูลจริงได้ตั้งแต่ต้น
Related services
บริการที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
Keep reading




