รีโนเวทออฟฟิศตอนยังทำงานอยู่ วางเฟสอย่างไรไม่ให้ธุรกิจสะดุด
  1. หน้าแรก
  2. บทความ

รีโนเวทออฟฟิศตอนยังทำงานอยู่ วางเฟสอย่างไรไม่ให้ธุรกิจสะดุด

2 กันยายน 2569Suwit Thancharoenkulอ่าน 12 นาที

การรีโนเวทสำนักงานในขณะที่บริษัทยังเปิดทำงานอยู่ ต้องวางแผนมากกว่าการเลือกวัสดุหรือแบ่งโซน เพราะเสียง ฝุ่น การปิดทางเดิน การย้ายระบบ และพื้นที่ทำงานชั่วคราวสามารถกระทบการดำเนินธุรกิจได้โดยตรง ทีม รับตกแต่งภายใน จึงควรวางแผนตั้งแต่ Scope งาน ลำดับรื้อ พื้นที่ย้ายพนักงาน งานระบบ ไปจนถึงช่วงเวลาส่งมอบแต่ละ Zone เพื่อให้งานก่อสร้างเดินหน้าโดยสำนักงานยังทำงานต่อได้

หลักสำคัญคือไม่ควรรื้อทั้งพื้นที่แล้วค่อยหาทางแก้ แต่ต้องแบ่งสำนักงานเป็นเฟส กำหนดพื้นที่ที่ต้องเปิดใช้งานตลอดเวลา และแยกงานที่มีเสียงหรือฝุ่นสูงออกจากช่วงเวลาทำงานปกติให้มากที่สุด บทความนี้อธิบายวิธีวางแผนรีโนเวทออฟฟิศแบบเข้าใจง่ายสำหรับบริษัทที่ไม่สามารถปิดสำนักงานหลายสัปดาห์เพื่อก่อสร้างทั้งหมดในครั้งเดียว

ทำไมรีโนเวทออฟฟิศที่ยังเปิดใช้งานยากกว่าพื้นที่ว่าง?

พื้นที่ว่างสามารถรื้อ เดินระบบ และติดตั้งงานหลายส่วนต่อเนื่องกันได้ แต่สำนักงานที่ยังมีพนักงานอยู่จะมีข้อจำกัดเพิ่มขึ้น เช่น ต้องรักษาทางเข้า ห้องน้ำ ระบบอินเทอร์เน็ต ห้องประชุม และพื้นที่ทำงานบางส่วนให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา

เป้าหมายของการแบ่งเฟสไม่ใช่เพียงให้งานก่อสร้างเสร็จ แต่ต้องทำให้ “พื้นที่ที่ยังไม่ก่อสร้าง” สามารถทำงานได้จริงระหว่างทางด้วย

1. เริ่มจากกำหนด Business Critical Area ก่อนวางเฟส

ก่อนให้ทีม รับตกแต่งภายใน วางลำดับก่อสร้าง ควรระบุว่าพื้นที่ใดไม่สามารถปิดพร้อมกันได้ เช่น Reception, Server, ห้องประชุมหลัก หรือทีมที่ต้องประสานกับลูกค้าตลอดวัน

พื้นที่ความสำคัญระหว่างก่อสร้างแนวทาง
Server / Networkสูงมากวางแผนย้ายหรือป้องกันก่อนเริ่มงาน
Receptionสูง หากมีลูกค้าเข้าทำทางเข้าและจุดต้อนรับชั่วคราว
Workstationสูงแบ่งทีมย้ายเป็นเฟส
Meeting Roomปานกลางถึงสูงต้องเหลือห้องใช้งานอย่างน้อยบางส่วน
Decorative Areaต่ำกว่าสามารถจัดไว้ช่วงท้าย

2. อย่าแบ่งเฟสตามห้องอย่างเดียว ให้แบ่งตามระบบที่เกี่ยวข้องด้วย

การกำหนดว่า Phase 1 ทำฝั่งซ้าย Phase 2 ทำฝั่งขวาอาจดูง่าย แต่ต้องตรวจว่าระบบไฟ แอร์ Network และ Fire Protection เชื่อมกันอย่างไร เพราะบางระบบไม่สามารถตัดเฉพาะพื้นที่ได้โดยไม่กระทบส่วนที่ยังเปิดใช้งาน

ควรตรวจพร้อมกันอย่างน้อย

  • ระบบไฟฟ้า
  • ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
  • Network และ Data
  • ระบบแจ้งเหตุหรือระบบอาคารที่เกี่ยวข้อง
  • ตำแหน่งตู้ควบคุมและจุด Service

งานระบบควรได้รับการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญของแต่ละระบบตามเงื่อนไขอาคารจริง

3. Phase 0 คือเฟสที่หลายโครงการลืม แต่สำคัญที่สุด

ก่อนเริ่มรื้อจริงควรมี Phase 0 สำหรับเตรียมสำนักงานให้พร้อมรับการก่อสร้าง เช่น ย้ายทีม ทำโต๊ะชั่วคราว เตรียม Internet และแยกเส้นทางพนักงานออกจากพื้นที่ช่าง

สิ่งที่ควรทำใน Phase 0

  • กำหนดพื้นที่ทำงานชั่วคราว
  • ย้ายเอกสารและอุปกรณ์ออกจาก Zone ก่อสร้าง
  • สำรองข้อมูลและตรวจ Network
  • ติดตั้งผนังกั้นฝุ่นชั่วคราว
  • กำหนดทางขนวัสดุและเศษรื้อ
  • แจ้งพนักงานเรื่องลำดับและช่วงเวลาก่อสร้าง

ถ้า Phase 0 ชัดเจน การเริ่มงานจริงจะกระทบทีมงานน้อยกว่าการย้ายทุกอย่างในวันที่ช่างเข้าหน้างาน

4. พนักงานแต่ละทีมไม่จำเป็นต้องย้ายพร้อมกัน

องค์กรขนาดกลางหรือใหญ่สามารถใช้แนวทาง Swing Space คือจัดพื้นที่ชั่วคราวให้ทีมหนึ่งย้ายออกก่อน เมื่อพื้นที่ของทีมนั้นเสร็จแล้วจึงย้ายกลับและเปิดพื้นที่ให้ทีมถัดไปเข้าเฟสก่อสร้าง

ตัวอย่างลำดับอาจเป็น

  1. เตรียม Temporary Work Area
  2. ย้าย Team A ออกจาก Zone 1
  3. ก่อสร้าง Zone 1
  4. ตรวจระบบและส่งมอบ Zone 1
  5. ย้าย Team A กลับ
  6. ย้าย Team B ไปยังพื้นที่ชั่วคราว
  7. เริ่ม Zone 2

วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องหาพื้นที่สำรองสำหรับพนักงานทั้งหมดในเวลาเดียวกัน

5. งานเสียงดังควรถูกจัดเวลาแยกจากงานทั่วไป

งานสกัด เจาะ ตัดโลหะ หรือรื้อผนังสามารถทำให้พื้นที่อีกฝั่งหนึ่งทำงานไม่ได้ แม้จะมี Partition กั้นอยู่ก็ตาม

ทีม รับตกแต่งภายใน จึงควรแยกกิจกรรมก่อสร้างเป็นอย่างน้อยสองกลุ่ม

ประเภทงานตัวอย่างช่วงเวลาที่ควรพิจารณา
เสียงและฝุ่นสูงรื้อ เจาะ สกัด ตัดนอกเวลางานหรือช่วงที่ตกลงกับอาคาร
เสียงปานกลางติดตั้ง Built-in ประกอบงานจัดช่วงตามข้อจำกัดพื้นที่
เสียงต่ำเก็บสี ตรวจ Detailสามารถจัดได้ยืดหยุ่นกว่า

เวลาทำงานจริงต้องสอดคล้องกับกฎของอาคารและข้อกำหนดพื้นที่ด้วย

6. ฝุ่นต้องควบคุมตั้งแต่เส้นทาง ไม่ใช่กั้นเฉพาะหน้าพื้นที่

แม้จะมีผนังกั้นพื้นที่ก่อสร้าง แต่หากช่างใช้ลิฟต์ ทางเดิน หรือประตูเดียวกับพนักงานโดยไม่มีระบบจัดการ ฝุ่นสามารถกระจายออกจาก Zone ได้ตลอดวัน

ควรวางแผน

  • จุดเข้าออกของช่าง
  • เส้นทางขนวัสดุ
  • เส้นทางขนเศษรื้อ
  • จุดพักวัสดุ
  • วิธีป้องกันพื้นและผนังส่วนที่เปิดใช้งาน

พื้นที่ก่อสร้างที่กั้นดี แต่เส้นทางขนของไม่ดี ก็ยังสามารถทำให้สำนักงานทั้งชั้นได้รับผลกระทบได้

7. Reception ชั่วคราวควรทำให้ลูกค้าเข้าใจทันทีว่าต้องไปทางไหน

หากบริษัทมีลูกค้าหรือผู้มาติดต่อ การย้าย Reception ไม่ควรใช้เพียงป้ายเล็ก ๆ หน้าพื้นที่ก่อสร้าง แต่ควรทำ Wayfinding ชัดเจนตั้งแต่ทางเข้า

ควรมี

  • ป้ายบอกทิศทาง
  • พื้นที่รอชั่วคราว
  • จุดติดต่อ Reception
  • เส้นทางที่ไม่ผ่านพื้นที่ก่อสร้าง

ภาพลักษณ์ขององค์กรยังคงสำคัญแม้สำนักงานอยู่ระหว่างรีโนเวท

8. ห้องประชุมไม่ควรถูกปิดพร้อมกันทั้งหมด

หลายบริษัทวางแผนย้ายโต๊ะพนักงานได้ แต่ลืมว่าห้องประชุมถูกใช้งานโดยหลายแผนก หากปิด Meeting Room ทั้งหมดพร้อมกัน การประชุมจะไหลออกมาที่ Workstation และเกิดทั้งเสียงรบกวนและความไม่เป็นส่วนตัว

แนวทางหนึ่งคือเก็บ Meeting Room เดิมบางส่วนไว้จนห้องใหม่ชุดแรกเสร็จ แล้วจึงสลับเฟส

9. Pantry ก็เป็น Critical Function ถ้ามีพนักงานจำนวนมาก

Pantry อาจไม่ใช่พื้นที่ธุรกิจโดยตรง แต่หากมีพนักงานจำนวนมาก การปิด Pantry ทั้งหมดเป็นเวลานานจะสร้างความไม่สะดวกมากกว่าที่คาด

อาจเตรียม Pantry ชั่วคราวที่มี

  • น้ำดื่ม
  • ตู้เย็น
  • ไมโครเวฟ
  • พื้นที่ทิ้งขยะ
  • จุดล้างหรือระบบทดแทนตามความเหมาะสม

10. Network ต้องพร้อมก่อนพนักงานย้ายเข้า Zone ใหม่

พื้นที่ใหม่ที่ดูเสร็จแล้วไม่ได้หมายความว่าพร้อมใช้งาน หาก Data Point, Wi-Fi, Network Switch หรือระบบโทรศัพท์ยังไม่พร้อม พนักงานก็ไม่สามารถย้ายกลับได้จริง

ก่อนส่งมอบแต่ละเฟสควรทดสอบ

  • LAN
  • Wi-Fi
  • ปลั๊กไฟ
  • จอประชุม
  • Printer และอุปกรณ์ส่วนกลาง

จึงควรนำทีม IT เข้ามาร่วมวางแผนตั้งแต่ก่อนงานก่อสร้าง ไม่ใช่รอหลัง Built-in ติดตั้งเสร็จ

11. อย่าทำ Built-in ก่อนตำแหน่ง IT และไฟถูกล็อก

โต๊ะทำงาน ตู้ Storage, Reception และ Meeting Room มักมีสายไฟ Data และอุปกรณ์ซ่อนอยู่ภายใน หากทีม รับตกแต่งภายใน ผลิตตู้ก่อนข้อมูลระบบชัด อาจต้องเจาะหรือแก้ตู้ภายหลัง

สามารถดูรายละเอียดการประสานงานด้านตู้ได้ที่ บริการงานบิวท์อินของ APN Corporation Interior

12. อย่าเปลี่ยน Furniture Layout ระหว่างเฟสโดยไม่ดูผลต่อระบบ

การก่อสร้างแบบแบ่งเฟสทำให้ผู้ใช้งานเห็นพื้นที่ใหม่ก่อนงานทั้งหมดเสร็จ จึงมีโอกาสเกิดคำขอเปลี่ยนแบบหลังเห็นของจริง เช่น เพิ่มโต๊ะ ย้ายทีม หรือเปลี่ยน Meeting Room

ทุกการเปลี่ยนควรตรวจผลต่อ

  • จุดไฟ
  • Network
  • ระบบแอร์
  • พื้นที่ทางเดิน
  • Capacity ของพื้นที่
  • Built-in ที่ผลิตแล้ว

การแก้เฉพาะ Layout โดยไม่ดูระบบอาจสร้างปัญหาในเฟสถัดไปมากกว่าที่เห็นในทันที

13. Material ควรเลือกให้ซ่อมเฉพาะจุดได้ง่าย

ออฟฟิศเป็นพื้นที่ใช้งานหนัก การเลือกวัสดุควรมองถึงการ Maintenance หลังเปิดใช้ ไม่ใช่เฉพาะวันส่งมอบ

ตัวอย่างเช่น วัสดุพื้นแบบ Modular บางประเภทสามารถเปลี่ยนเฉพาะบริเวณที่เสียหายได้ง่ายกว่าวัสดุที่ต้องรื้อพื้นที่กว้าง แต่ต้องเลือกตามการใช้งานและข้อมูลผลิตภัณฑ์จริง

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมสามารถตรวจข้อมูลเพิ่มเติมจาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) รวมถึง Specification จากผู้ผลิตก่อนเลือกใช้

14. ถ้าออฟฟิศเปิดมานาน ควรใช้จังหวะรีโนเวทตรวจ Storage ไปพร้อมกัน

การย้ายพื้นที่เป็นโอกาสดีในการตรวจว่าของที่เก็บอยู่ยังจำเป็นหรือไม่ เพราะการผลิต Storage ใหม่ตามปริมาณตู้เดิมโดยไม่ตรวจของ อาจทำให้เสียพื้นที่และงบไปกับของที่ไม่จำเป็นแล้ว

ก่อนออกแบบควรแบ่งเอกสารและอุปกรณ์เป็น

  1. ใช้ทุกวัน
  2. ใช้เป็นครั้งคราว
  3. ต้องเก็บตามนโยบายบริษัท
  4. สามารถยกเลิกหรือทำเป็น Digital ได้

การลด Storage ที่ไม่จำเป็นสามารถคืนพื้นที่ให้ Workstation, Meeting หรือ Collaboration ได้โดยไม่ต้องขยายสำนักงาน

15. Safety และทางหนีไฟต้องมาก่อนความสะดวกของงานก่อสร้าง

การตั้งผนังกั้นชั่วคราว กองวัสดุ หรือเปลี่ยนเส้นทางเดินระหว่างรีโนเวทไม่ควรกีดขวางทางที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาคาร

การจัดพื้นที่ชั่วคราวต้องตรวจร่วมกับผู้ดูแลอาคารและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดจริง ไม่ควรย้ายอุปกรณ์หรือกั้นทางเพียงเพื่อให้พื้นที่ก่อสร้างกว้างขึ้น

ข้อมูลวิชาชีพด้านงานระบบและวิศวกรรมสามารถศึกษาเพิ่มเติมจาก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)

16. การส่งมอบแต่ละเฟสควรตรวจเหมือนเป็นโครงการย่อยหนึ่งงาน

ไม่ควรรอให้ออฟฟิศทั้งโครงการเสร็จแล้วค่อยตรวจ เพราะพนักงานจะต้องย้ายเข้าพื้นที่ใหม่ระหว่างที่เฟสอื่นยังทำงานอยู่

ก่อนเปิดแต่ละ Zone ควรตรวจ

  • ไฟและสวิตช์
  • แอร์
  • Network
  • Built-in และ Hardware
  • Meeting Equipment
  • ทางเดินและประตู
  • ความสะอาดก่อนใช้งาน

เมื่อ Zone ใหม่พร้อมจริงจึงค่อยย้ายพนักงานกลับและเปิดพื้นที่เดิมให้เฟสก่อสร้างถัดไป

17. Timeline ต้องมี Buffer ระหว่าง “ก่อสร้างเสร็จ” กับ “ย้ายเข้า”

วันงานก่อสร้างเสร็จไม่ควรเป็นวันเดียวกับที่พนักงานหลายสิบคนย้ายโต๊ะกลับทันที เพราะยังต้องมีการทำความสะอาด ตรวจระบบ แก้ Defect และติดตั้งอุปกรณ์ IT

ช่วงกิจกรรม
Construction Completeงานติดตั้งหลักเสร็จ
Testingตรวจไฟ แอร์ Network และระบบ
Defectแก้รายการก่อนใช้งาน
Cleaningทำความสะอาดพื้นที่
Move-inย้ายพนักงานและอุปกรณ์กลับ

หาก Timeline ไม่มีช่วง Testing และ Move-in แยกจากกัน ความล่าช้าเพียงเล็กน้อยของงานก่อสร้างจะกระทบเวลาทำงานของทั้งทีมทันที

18. ควรมีผู้ประสานงานกลางของฝั่งบริษัทหนึ่งคน

โครงการออฟฟิศมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เช่น ผู้บริหาร HR, IT, Facility, Interior Designer และผู้รับเหมา หากแต่ละแผนกส่งคำขอโดยตรงคนละทาง แบบและ Scope สามารถเปลี่ยนซ้ำได้ง่าย

ควรกำหนด Project Representative ฝั่งลูกค้าที่รวบรวมความคิดเห็นและยืนยัน Decision หลัก ก่อนส่งต่อให้ทีม รับตกแต่งภายใน และทีมก่อสร้าง

ผู้ที่กำลังวางแผนปรับสำนักงานสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศของ APN Corporation Interior

Checklist ก่อนรีโนเวทออฟฟิศโดยยังเปิดทำงาน

  • ระบุ Business Critical Area แล้ว
  • ตรวจระบบที่เชื่อมหลาย Zone แล้ว
  • มี Phase 0 สำหรับเตรียมพื้นที่ชั่วคราว
  • วาง Swing Space สำหรับย้ายพนักงาน
  • แยกงานเสียงและฝุ่นสูงออกจากช่วงทำงานหลัก
  • กำหนดเส้นทางช่างและขนวัสดุ
  • Reception ชั่วคราวมี Wayfinding ชัดเจน
  • ไม่ปิด Meeting Room พร้อมกันทั้งหมด
  • มี Pantry หรือพื้นที่บริการชั่วคราวตามความจำเป็น
  • IT และ Network พร้อมก่อน Move-in
  • ล็อกระบบก่อนผลิต Built-in
  • การเปลี่ยน Layout ทุกครั้งตรวจผลต่อระบบแล้ว
  • วัสดุเลือกโดยคำนึงถึง Maintenance
  • ทบทวน Storage ก่อนผลิตของใหม่
  • เส้นทางความปลอดภัยไม่ถูกกีดขวาง
  • ตรวจและส่งมอบทุก Zone ก่อนใช้งาน
  • Timeline มีช่วง Testing, Defect และ Cleaning
  • มีผู้ประสานงานกลางของบริษัทชัดเจน

ข้อมูลด้านวิชาชีพการออกแบบภายในสามารถศึกษาเพิ่มเติมจาก สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) ส่วนระบบอาคารและความปลอดภัยควรประสานกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ดูแลอาคารตามข้อกำหนดของโครงการจริง

สรุป รีโนเวทออฟฟิศโดยไม่หยุดงาน ต้องออกแบบ “แผนย้าย” พร้อมกับ “แผนก่อสร้าง”

การ รับตกแต่งภายใน ออฟฟิศที่ยังเปิดใช้งานควรวางแผนมากกว่า Interior Design ปกติ เพราะต้องบริหารพนักงาน ระบบ IT เสียง ฝุ่น เส้นทาง และพื้นที่ชั่วคราวไปพร้อมกัน การแบ่งเฟสที่ดีควรเริ่มจาก Business Critical Area เตรียม Swing Space ทำ Zone ใหม่ให้พร้อมจริง แล้วจึงย้ายพนักงานกลับก่อนเปิดเฟสถัดไป วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่การรีโนเวทจะกระทบการทำงานของบริษัทมากเกินจำเป็น

APN Corporation Interior ให้บริการ รับตกแต่งภายใน ออฟฟิศ ออกแบบภาพ 3 มิติ งาน Built-in รีโนเวท และบริหารโครงการก่อสร้างแบบ Turnkey หากมี Floor Plan จำนวนพนักงาน และช่วงเวลาที่ต้องการรีโนเวท สามารถส่งข้อมูลเพื่อให้ทีมช่วยวาง Layout, Phasing Plan และ Scope งาน พร้อมขอใบเสนอราคาได้ที่ https://www.apnth.com หรือโทร 081-171-8084

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รีโนเวทออฟฟิศโดยไม่ปิดบริษัทได้หรือไม่?

ทำได้ในหลายโครงการหากสามารถแบ่งพื้นที่เป็นเฟสและยังคงพื้นที่ทำงาน ระบบ IT และทางสัญจรที่จำเป็นไว้ได้ แต่ต้องประเมินจาก Scope และข้อจำกัดของอาคารจริงก่อน

ควรแบ่งเฟสรีโนเวทออฟฟิศกี่เฟส?

ไม่มีจำนวนตายตัว ควรดูขนาดพื้นที่ จำนวนพนักงาน ระบบที่เชื่อมกัน และพื้นที่ชั่วคราว บางโครงการอาจแบ่งสองเฟส ขณะที่สำนักงานขนาดใหญ่สามารถมีหลาย Zone ต่อเนื่องกันได้

งานประเภทไหนควรทำหลังเลิกงาน?

งานที่มีเสียงและฝุ่นสูง เช่น รื้อ เจาะ สกัด หรือตัดวัสดุ ควรพิจารณาทำในช่วงที่กระทบผู้ใช้งานน้อยที่สุด โดยต้องสอดคล้องกับเวลาทำงานที่อาคารอนุญาตด้วย

ต้องย้ายพนักงานออกทั้งหมดระหว่างรีโนเวทหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป สามารถใช้ Swing Space และย้ายทีละทีมได้ หากสามารถกั้นพื้นที่ก่อสร้างและรักษาระบบที่จำเป็นของส่วนที่เปิดใช้งานได้

ควรให้ทีม IT เข้ามาตอนไหน?

ควรเข้ามาตั้งแต่ช่วงวาง Layout และ Phasing เพราะ Network, Wi-Fi, จุด Data และระบบประชุมมีผลต่อ Furniture, Built-in และวันที่แต่ละ Zone สามารถเปิดใช้งานได้จริง

ควรเตรียมข้อมูลอะไรให้ทีมรับตกแต่งภายในประเมินงานออฟฟิศ?

ควรเตรียม Floor Plan จำนวนพนักงาน Department ที่ต้องนั่งใกล้กัน ระบบที่ใช้อยู่ พื้นที่ที่ห้ามหยุดใช้งาน เวลาทำงานของบริษัท งบประมาณ และวันที่ต้องการส่งมอบ เพื่อให้วางแผนเฟสได้ใกล้กับการดำเนินงานจริง

Related services

บริการที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

Start a project

อยากคุยเรื่องพื้นที่ของคุณต่อไหม

เล่าให้ทีมออกแบบฟังว่ากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ เราจะช่วยประเมินแนวทางและงบเบื้องต้นให้ก่อน ฟรี